กลยุทธ์รูเล็ต

รวมกลยุทธ์การเล่นรูเล็ตที่ได้รับความนิยมทั้งหมด

มาดูกลยุทธ์การเล่นรูเล็ตกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

กลยุทธ์รูเล็ตที่ได้รับความนิยมสูงสุด

เราได้รวบรวมกลยุทธ์การเล่นรูเล็ตอย่างไรให้ชนะและสามารถทำเงินได้จริงมา 10 กลยุทธ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากการคำนวณทางสถิติ มีทฤษฎีรองรับและพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำเงินได้จริง และมีข้อกำหนดในการวางเดิมพันหรือมีส่วนโบนัสอะไรบ้าง จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

รูเล็ต คาสิโนสด การเล่นรูเล็ต
ภาพตัวอย่างการเล่นรูเล็ต

1. Martingale (มาร์ติงเกล)

มาร์ติงเกล เป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่คิดค้นโดย พอล ปิแอร์ เลวี (Paul Pierre Levy) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นเทคนิคที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการเล่นเกมพนันโดยเฉพาะ สร้างขึ้นมาเพื่อบริหารเงินทุน ลดความเสี่ยงในการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มโอกาสในการทำเงินให้ได้มากที่สุด 

กลยุทธ์การเดินเงินนี้นอกจากจะใช้ในเกมพนัน เช่น รูเล็ต แล้วยังสามารถนำไปใช้ในการลงทุนประเภทอื่น ๆ อย่าง ฟอเร็กซ์ คริปโต และหุ้นได้

หลักการในการใช้กลยุทธ์มาร์ติงเกลก็คือการเพิ่มเงินเดิมพัน 1 เท่าตัวในทุก ๆ ครั้งที่เกิดการเดิมพันแพ้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว หากผู้เล่นชนะผู้เล่นก็จะได้รับเงินทุนทั้งหมดคืนพร้อมกำไรเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 50 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 100 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 400 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 5 คุณต้องเดิมพัน 800 บาท – คุณชนะ

เมื่อนำเงินทุนทั้งหมดมาบวกลบแล้วจะเห็นได้ว่า คุณได้กำไรจากการเดิมพันชุดนี้ 50 บาท อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินทุนหนาเท่านั้นและใจนิ่ง ๆ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว นักพนันที่เล่นแพ้มักจะต้องการคืนทุนให้เร็วที่สุดซึ่งจะจบด้วยการแทงทบแบบสะเปะสะปะและลงท้ายด้วยการขาดทุนทั้งหมด

2. Reverse Martingale (มาร์ติงเกลแบบย้อนกลับ)

กลยุทธ์มาร์ติงเกลแบบย้อนกลับ เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนามาจากกลยุทธ์มาร์ติงเกลข้างต้นและไม่มีข้อมูลบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้พัฒนาขึ้นมา ซึ่งหลักการในการใช้กลยุทธ์นี้ก็คือ หลังจากที่ผู้เล่นชนะแล้ว ให้ผู้เล่นกลับไปวางเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพันปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 50 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 100 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 100 บาท – มีโอกาสชนะหรือแพ้เท่า ๆ กัน

ในตาที่ 4 หากคุณชนะ นั่นก็หมายความว่าคุณจะได้รับผลกำไรทั้งหมด 150 บาท ถ้าหากคุณแพ้ คุณจะขาดทุน 50 บาทและให้คุณวางเดิมพัน 100 บาทตามขั้นตอนเรื่อย ๆ ดังนี้

สมมุติว่าแพ้:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 50 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 100 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 100 บาท – แพ้
  • ตาที่ 5 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 6 คุณต้องเดิมพัน 400 บาท – แพ้อีก
  • ตาที่ 7 คุณต้องเดิมพัน 800 บาท – ชนะ

เมื่อนำตัวเลขต่าง ๆ มาบวกลบแล้วจะพบว่า คุณจะได้กำไรจากระบบนี้ทั้งสิ้นคือ 150 บาท

3. Fibonacci (ฟิโบนักชี)

ฟิโบนักชี เป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่คิดค้นโดย ลีโอนาร์โด ปิซาโน ฟีโบนักชี (Leonardo Pisano Fibonacci) นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาเลียนในช่วงศตวรรษที่ 13 โดยกลยุทธ์นี้ใช้ศาสตร์ของคณิตศาสตร์ชั้นสูงและมีจุดมุ่งหมายในการนำไปใช้กับการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว นักลงทุนจะต้องคาดการณ์ความน่าจะเป็นของหุ้นที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป ซึ่งฟิโบนักซีจะเป็นระบบตัวเลขในการคิดคำนวณว่า โอกาสที่ตัวเลขถัดไปที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นเลขอะไรโดยอ้างอิงจากตัวเลขก่อน ๆ หน้า

แล้วกลยุทธ์นี้สามารถนำมาใช้ในการเล่นรูเล็ตอย่างไร?
เช่นเดียวกับมาร์ติงเกล ฟิโบนักชีถูกนำมาใช้เพื่อบริหารความเสี่ยง ลดโอกาสในการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด แต่ฟิโบนักซีจะใช้หลักการตัวเลขดังนี้

1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 144 233 377 … ไปเรื่อย ๆ

นั่นก็หมายความว่า ทุก ๆ การเดิมพันจะนับเป็น 1 หน่วย โดยผู้เล่นจะต้องวางเงินเดิมพัน 1 หน่วย + จำนวนหน่วยตามลำดับฟิโบนักซี ดังต่อไปนี้:

ตาที่เดิมพัน (หน่วย)ผลลัพธ์ขาดทุน/กำไร (หน่วย)
11แพ้-1
21แพ้-2
32แพ้-4
43แพ้-7
55ชนะ3
62แพ้1
73แพ้-2
85ชนะ8
92แพ้6
103ชนะ12

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การเดินเงินรูปแบบนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าไม่สามารถนำมาใช้ในเกมรูเล็ตได้ทั้งหมด เพราะด้วยความที่รูเล็ตมีตัวเลขถึง 35 ตัวเลขด้วยกัน หากผู้เล่นต้องการนำการเดินเงินรูปแบบนี้มาใช้ต้องใช้สำหรับการเดิมพันผลลัพธ์ 50/50 เช่น 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ แต่ถ้านำมาใช้กับการเต็งเลขนั้นจะไม่เหมาะเท่าใดนัก

4. D’Alembert (ดาล็องแบร์)

ดาล็องแบร์ เป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่ถูกคิดค้นโดย ฌอง เลอ ร็องด์ ดาเลอ็อง (Jean le Rond d’Alembert) นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งจุดประสงค์ในการคิดค้นระบบตัวเลขนี้ขึ้นมาเพื่อการคำนวณสูตรคณิตศาสตร์และฟิสิกส์เท่านั้น แต่นักพนันนำระบบตัวเลขนี้มาใช้ประยุกต์ในภายหลัง และว่ากันว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่คล้าย ๆ มาร์ติงเกล + ฟิโบนักชีรวมกัน 

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่รูเล็ตมีตัวเลขถึง 35 ตัวเลข กลยุทธ์นี้ใช้ได้สำหรับการเดิมพันผลลัพธ์ 50/50 เช่น 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ เท่านั้น

ตาที่เดิมพัน (หน่วย)ผลลัพธ์ขาดทุน/กำไร (หน่วย)
11ชนะ1
21ชนะ1
32แพ้-1
42แพ้-2
53แพ้-3
64ชนะ1
73แพ้4
84แพ้-9
95ชนะ5
104ชนะ4

ซึ่งเมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมาบวกและลบแล้วจะพบว่า ผลลัพธ์สุดท้ายคือจะเหลือกำไรอยู่ 2 หน่วย 

5. Contra D’Alembert (คอนทรา ดาล็องแบร์)

เป็นกลยุทธ์การเดินเงินคล้าย ๆ มาร์ติงเกล + ฟิโบนักชี แต่ทุก ๆ ครั้งที่มีการชนะหรือแพ้ ผู้เล่นจะต้องเพิ่มหรือลดเงินเดิมพันอีก 1 หน่วย เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนามาจาก D’Alembert เป็นการลดหน่วยเดิมพันให้น้อยลง ส่งผลให้เงินทุนในการวางเงินเดิมพันแต่ละครั้งนั้นน้อยลงเช่นเดียวกันแต่ยังคงคอนเซปต์เดิมคือ บริหารความเสี่ยงในการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด 

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ไม่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้นและถูกใช้ครั้งแรกเมื่อใด

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 100 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – ชนะอีก
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 300 บาท – แพ้
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 5 คุณต้องเดิมพัน 300 บาท – แพ้
  • ตาที่ 6 คุณต้องเดิมพัน 200 บาท – ชนะ

เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมาบวกและลบแล้ว จะพบว่า คุณจะได้กำไรทั้งสิ้น 100 บาท อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การเดิมพันรูปแบบนี้สามารถนำไปใช้กับการเดิมพันบางตัวเลือกในเกมรูเล็ตเท่านั้น ได้แก่ 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ

6. James Bond (เจมส์ บอนด์)

เจมส์ บอนด์ เป็นกลยุทธ์การเดิมพันที่ปรากฎในหนังสือนวนิยายเรื่อง James Bond 007 ภาค Casino Royale ในปี ค.ศ. 1953 โดยกลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ตัวเอกในเรื่องใช้ในการเดิมพันเกมรูเล็ต ซึ่งหลังจากที่นิยายเรื่องนี้ได้ถูกตีพิมพ์ นอกจากนิยายจะได้รับความนิยมแบบสุด ๆ แล้ว ผู้อ่านยังให้ความสนใจไปที่กลยุทธ์การเดินเงินรูปแบบนี้เช่นกัน

โดยปกติแล้ว หากผู้เล่นแทงเต็งเลขโดด ๆ แล้วถูก ผู้เล่นก็จะได้รับเงินรางวัล 16 เท่า ซึ่งการเดินเงินเจมส์ บอนด์ ผู้เล่นจะต้องวางเงินเดิมพันบนตัวเลือก 4 ตัวเลือก ได้แก่ 0, 19-36, 13-18 และ 1-12 ซึ่งหลักการก็คือ หากผู้เล่นเลือกที่จะใช้กลยุทธ์นี้ ผู้เล่นจะมีโอกาสที่จะชนะ 1 ใน 25 หมายเลขและแพ้ 1 ใน 12 หมายเลข 

  • หากลูกบอลออก 19-36 ผู้เล่นชนะเงินรางวัล 80 บาท
  • หากลูกบอลออก 13-18 ผู้เล่นชนะเงินรางวัล 10 บาท
  • หากลูกบอลออก 0 ผู้เล่นชนะเงินรางวัล 160 บาท
  • หากลูกบอลออก 1-12 ผู้เล่นเสียเงิน 20 บาท

7. Paroli (พาโรลิ)

กลยุทธ์พาโรลินั้นถูกคิดค้นโดย เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยแรกเริ่มนั้น ทฤษฎีพาโรลินั้นถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อนำไปใช้กับทฤษฎีความน่าจะเป็นและการคำนวณสูตรแคลคูลัส แต่ก็มีนักพนันมือหัวใสได้นำทฤษฎีนี้มาประยุกต์ใช้กับการเล่นการพนัน โดยกลยุทธ์พาโรลิเป็นกลยุทธ์คล้าย ๆ มาร์ติงเกลแบบย้อนกลับ แต่ผู้เล่นจะต้องเพิ่มเงินเดิมพัน 1 หน่วยในทุก ๆ ครั้งที่มีการชนะ แต่ถ้าแพ้ ผู้เล่นจะต้องวางเงินเดิมพันจำนวนเท่าเดิม ดังนี้:

ตาที่เดิมพันผลลัพธ์เงินรางวัลที่จ่ายออกมาผลกำไร/ขาดทุน
110 บาทแพ้10 บาท-10 บาท
210 บาทชนะ20 บาท0 บาท
320 บาทชนะ40 บาท20 บาท
440 บาทแพ้0 บาท-20 บาท
510 บาทแพ้0 บาท-30 บาท
610 บาทชนะ20 บาท-20 บาท
720 บาทชนะ40 บาท0 บาท
840 บาทชนะ80 บาท40 บาท
910 บาทชนะ20 บาท50 บาท
1020 บาทแพ้0 บาท30 บาท

เมื่อนำผลลัพธ์ทั้งหมดในช่องกำไร/ขาดทุนมาบวกและลบแล้วจะพบว่า กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 30 บาท เป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่ใช้สำหรับการบริหารความเสี่ยงในการขาดทุนอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้สามารถนำไปใช้กับการเดิมพันบางตัวเลือกในเกมรูเล็ตเท่านั้น ได้แก่ 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ

8. Labouchere (ลาบูเชียร์)

ลาบูเชียร์ เป็นกลยุทธ์การเดิมพันที่คิดค้นโดย เฮนรี่ ลาบูเชียร์ (Henry Labouchere) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยกลยุทธ์นี้ได้รับการพัฒนามาจากกลยุทธ์มาร์ติงเกลและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเล่นรูเล็ตโดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้สามารถนำไปใช้ได้กับการเดิมพันแบบ 50/50 เท่านั้น ได้แก่ 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ โดยหลักการในการใช้กลยุทธ์ลาบูเชียร์คือ เงินเดิมพันรอบถัดไปควรจะเท่ากับเงินเดิมพันรอบแรก + เงินเดิมพันรอบล่าสุด 

ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่มีการชนะ ผู้เล่นจะต้องลบออก 1 หน่วย แต่ถ้าแพ้ให้เพิ่ม 1 หน่วย โดยทั้งหมดจะเริ่มต้นระบบที่ 1-2-3 ดังต่อไปนี้

  • เดิมพัน 1 หน่วย (1+3) แพ้ เพิ่ม 4 หน่วยต่อท้ายให้ 1-2-3-4 
  • เดิมพัน 5 หน่วย (1+4) แพ้ บวก 5 หน่วยต่อท้าย ให้ 1-2-3-4-5
  • เดิมพัน 6 หน่วย (1+5) ชนะ ลบ 1 หน่วยและ 5 ให้ 2-3-4
  • เดิมพัน 6 หน่วย (2+4) แพ้ เพิ่ม 6 หน่วยต่อท้ายให้ 2-3-4-6
  • เดิมพัน 8 หน่วย (2+6) แพ้ เพิ่ม 8 หน่วยต่อท้ายให้ 2-3-4-6-8
  • เดิมพัน 10 หน่วย (2+8) ชนะ ลบ 2 และ 8 หน่วยจากหัวและท้ายให้เหลือ 3-4-6
  • เดิมพัน 9 หน่วย (3+6) ชนะ ลบ 3 และ 6 หน่วยจากหัวและท้ายให้เหลือ 4
  • เดิมพัน 4 หน่วยแล้วแพ้ ให้เพิ่ม 4 หน่วยต่อท้ายจะได้ 4-4
  • เดิมพัน 8 หน่วย (4+4) แล้วชนะ ให้ลบ 4 ออกเหลือ 4

จากตัวอย่างข้างต้น ผลสรุปคือผู้เล่นจะแพ้ 27 หน่วยและชนะ 33 หน่วย ดังนั้น กำไรสุดท้ายที่เหลือก็คือ 6 หน่วย ซึ่งถ้าหากแทนค่า 1 หน่วย = 10 บาทดังตัวอย่างข้างต้น ผู้เล่นจะได้กำไรทั้งหมด 60 บาท

9. Andrucci (อันดรุชชี)

อันดรุชชี เป็นกลยุทธ์การเล่นรูเล็ตที่ไม่มีข้อมูลบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แน่ชัด แต่จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลาย ๆ แหล่งได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ากลยุทธ์นี้น่าจะถูกคิดค้นขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และกลยุทธ์นี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงกันในกลุ่มนักพนันว่าไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะไม่ได้มีพื้นฐานมาจากสถิติหรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์ใด ๆ เหมือนกลยุทธ์ 8 กลยุทธ์ข้างต้นที่กล่าวมา ใช้เพียงแค่หลักการความน่าจะเป็นเท่านั้น

ซึ่งหลักการของกลยุทธ์อันดรุชชีนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การเดิมพันกลุ่มตัวเลขที่ออกบ่อย ๆ เท่านั้น กล่าวคือ ให้ผู้เล่นทำการสังเกตุว่าในระหว่างรอบหมุนของวงล้อที่เกิดขึ้นใน 30 ครั้งนั้น ตัวเลขใดออกบ่อยที่สุด จากนั้นผู้เล่นก็ค่อยวางเงินเดิมพันบนตัวเลขที่ออกบ่อยที่สุดในรอบที่ 31 — ง่าย ๆ อย่างนี้เลย หรือวางเงินเดิมพันในกลุ่มตัวเลขที่ออกบ่อย ๆ ในแนวตั้งหรือนอน เช่น 4, 5 หรือ 6 ในแนวตั้ง หรือ 1, 4, 7, 10, 13, 16, 19, 22, 25, 28, 31 หรือ 34 ในแนวนอน

กยุทธ์นี้ดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ทางการมโน แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า มีความเป็นไปได้ที่กลยุทธ์นี้จะใช้ได้จริง เพราะอย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ ผู้เล่นจะต้องวางเงินเดิมพันบนแถวตัวเลขแนวนอน ซึ่งตารางรูเล็ตนั้นจะมีแถวแนวนอนทั้งหมด 3 แถว นั่นก็หมายความว่า มีโอกาสที่ผู้เล่นจะทายถูก 1 ใน 3 หากใช้กลยุทธ์นี้ แต่ถึงกระนั้น ทั้งหมดล้วนแต่เป็นกลยุทธ์ที่คิดค้นตามจินตนาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการนำไปใช้

10. 1 3 2 6 (วัน ทรี ทูว์ ซิกส์)

1 3 2 6 เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนามาจากมาร์ติงเกลและยังคงเป็นที่ถกเถียงในกลุ่มนักพนันและผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คนว่าไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการมโนเท่านั้น เพราะกลยุทธ์นี้ไม่ได้มีผลใด ๆ ต่อความได้เปรียบของเจ้ามือ (House Edge) หรืออัตราการเดิมพัน (Odd) ใด ๆ เป็นเพียงแค่เทคนิคการเดินเงินที่สร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไรก็ไม่มีใครทราบ

หลักการใช้กลยุทธ์นี้ก็คือ การเดิมพัน 1, 3, 2 และ 6 หน่วยตามลำดับไม่ว่าจะมีผลแพ้หรือชนะใด ๆ และสามารถนำไปใช้กับตัวเลือกการเดินพันที่มีผลลัพธ์ 50/50 ได้แก่ 1-18/19-36, คู่/คี่ และ แดง/ดำ เท่านั้น 

ยกตัวอย่างเช่น คุณเดิมพันในเกมรูเล็ตหน่วยละ 10 บาท ดังต่อไปนี้

ตัวอย่างที่ 1:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 10 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 30 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 20 บาท – แพ้
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 60 บาท – แพ้

เมื่อนำตัวเลขมาบวกและลบในตอนท้าย คุณจะขาดทุน 40 บาท

ตัวอย่างที่ 2:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 10 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 30 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 20 บาท – แพ้
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 60 บาท – แพ้

เมื่อนำตัวเลขมาบวกและลบในตอนท้าย คุณจะขาดทุน 60 บาท

ตัวอย่างที่ 3:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 10 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 30 บาท – แพ้
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 20 บาท – แพ้
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 60 บาท – ชนะ

เมื่อนำตัวเลขมาบวกและลบในตอนท้าย คุณจะเท่าทุนคือ 0 บาท

ตัวอย่างที่ 4:

  • ตาที่ 1 คุณเดิมพัน 10 บาท – แพ้
  • ตาที่ 2 คุณต้องเดิมพัน 30 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 3 คุณต้องเดิมพัน 20 บาท – ชนะ
  • ตาที่ 4 คุณต้องเดิมพัน 60 บาท – ชนะ

เมื่อนำตัวเลขมาบวกและลบในตอนท้าย คุณจะได้กำไร 100 บาท

จากตัวอย่างทั้ง 4 ตัวอย่างจะเห็นว่า หลักการการเดินเงิน 1, 3, 2 และ 6 นี้ไม่ได้ช่วยในการสร้างผลกำไรหรือบริหารเงินทุนเลย เพราะผลแพ้หรือชนะนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นเท่า ๆ กัน

ฉันควรใช้กลยุทธ์รูเล็ตอันไหนดี

จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นกลยุทธ์การเดินเงินที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อบริหารความเสี่ยง ลดโอกาสในการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุดและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร (หากสามารถทำได้) ให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางกลยุทธ์ก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์ บางกลยุทธ์ก็มีพื้นฐานมาจากการจินตนาการ แล้วกลยุทธ์ใดล่ะเหมาะสมที่สุด?

ผู้เล่นรูเล็ตมือใหม่ควรใช้กลยุทธ์ไหนดี

จากกลยุทธ์ทั้ง 10 กลยุทธ์ ดูเหมือนว่ามาร์ติงเกลจะเป็นกลยุทธ์ที่เข้าท่าที่สุด เพราะกลยุทธ์นี้คิดค้นขึ้นมาด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์ เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริงและพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลกำไรได้จริง อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีเงินทุนหนาและใจเย็นเท่านั้น เพราะกว่าที่ผู้เล่นจะคืนทุน ผู้เล่นต้องแทงทบ 2 เท่าไปเรื่อย ๆ ทุกตาและไม่มีอะไรการันตีว่าผู้เล่นจะได้กำไร แต่โอกาสในการคืนทุนเร็วนั้นมีอย่างแน่นอน นี่จึงเหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่กลัวการขาดทุนมากที่สุด

คาสิโนสด การเล่นรูเล็ต กลยุทธ์รูเล็ต
ภาพตัวอย่างการเล่นรูเล็ตสด

ผู้เล่นรูเล็ตมือโปรควรใช้กลยุทธ์ไหนดี

เช่นเดียวกับผู้เล่นมือใหม่ ผู้เล่นมือโปรก็ควรใช้มาร์ติงเกลเช่นกัน แต่นอกจากมาร์ติงเกลแล้ว ผู้เล่นมือโปรก็ควรใช้ฟิโบนักชีและพาโรลิ โดยกลยุทธ์เหล่านี้มาจากการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ แต่ก็เป็นคณิตศาสตร์ขั้นสูง พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลกำไรได้จริง มีความน่าเชื่อถือ ถูกนำไปสอนให้ห้องเรียนคณิตศาสตร์จริง ๆ อีกทั้งกลยุทธ์เหล่านี้ยังเป็นที่นิยมในการลงทุนฟอเร็กซ์และหุ้นเช่นกัน

ข้อผิดพลาดที่ผู้เล่นรูเล็ตมือใหม่ทุกคนควรระวัง

ในการเล่นรูเล็ตแต่ละครั้งนั้นจะมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ดังต่อไปนี้ :

  1. ความใจร้อน – ผู้เล่นมือใหม่ทุกคนที่เสียการเดิมพันครั้งแรกย่อมจะมีอาการร้อนรนและต้องการเอาเงินคืน ซึ่งสุดท้ายมักจะลงเอยด้วยการแทงทบอย่างสะเปะสะปะด้วยเงินก้อนใหญ่ ๆ ซึ่งนี่มีโอกาสที่จะคืนทุนได้เร็วก็จริงหรืออาจเสียเงินเดิมพันทั้งหมด ดังนั้น หากคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหานี้ โปรดเล่นอย่างระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ เล่นใจเย็น ๆ ใช้เทคนิคมาร์ติงเกลเรื่อย ๆ จนกว่าจะคืนทุนจะดีกว่า
  2. เดิมพันเลขเดียว – แม้ว่าการแทงเต็งเดี่ยวจะมีผลตอบแทนถึง 35 เท่าก็ตาม แต่ถึงกระนั้น โปรดทราบว่าตัวเลขบนวงล้อรูเล็ตนั้นมีมากถึง 35 ตัวเลข ซึ่งโอกาสที่คุณจะทายถูกนั้นมี 1 ใน 35 ดังนั้น เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงล่ะก็ คุณควรแทงตัวเลขหลาย ๆ ตัวเลข กินน้อย ๆ แต่กินนาน ๆ จะดีกว่า
  3. เล่นเพื่อความสนุก – โปรดทราบว่าเกมพนันทุกชนิดสร้างขึ้นมาให้เจ้ามือมีความได้เปรียบมากกว่าผู้เล่นเสมอ อย่าหวังว่าจะเป็นผู้ชนะและทำเงินได้ทุกตา โปรดเล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น โดยสามารถอ่านรีวิวในการเล่นเกมต่างๆ ในคาสิโนได้ที่นี่เพื่อฝึกมือ

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ: รูเล็ตไม่มีสูตรโกง แต่คุณสามารถใช้กลยุทธ์การเดินเงินที่เรากล่าวมาข้างต้นเพื่อบริหารความเสี่ยง ลดโอกาสในการขาดทุนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้ได้มากที่สุด
ตอบ: สามารถล็อคผลได้ ซึ่งในกรณีนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเล่นเกมรูเล็ตกับผู้ให้บริการที่ไม่น่าเชื่อถือและไม่มีใบอนุญาตเท่านั้น
ตอบ: ขอแนะนำรูเล็ตยุโรป (European Roulette) เพราะเป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเล่นกันอย่างแพร่หลายในคาสิโนออนไลน์มากที่สุด